แนวทางการปฏิบัติ ทะเบียนมูลนิธิ


ความหมาย มูลนิธิได้แก่ ทรัพย์สินที่จัดสรรไว้โดยเฉพาะสำหรับวัตถุประสงค์ เพื่อการกุศล สาธารณะ การศาสนา ศิลปะ วิทยาศาตร์ วรรณคดี การศึกษา หรือเพื่อสาธารณประโยชน์อื่น โดยมิได้มุ่งหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน และได้จดทะเบียนตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (บ.ป.พ.มาตรา 110)

แนวทางในการปฏิบัติงานหรือดำเนินงาน


ต้องมีบุคคล หรือคณะบุคคลตกลงยกทรัพย์สินของตนเองให้เป็นกองทุนมูลนิธิ โดยมีมูลค่าทรัพย์สินเป็นกองทุน ในการขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ถ้ามีทรัพย์สินอย่างอื่น จะต้องมีเงินสดไม่น้อยกว่า 250,000 บาท (สองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) และเมื่อรวมกับทรัพย์สินอย่างอื่นแล้ว ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) แต่ถ้าหากมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการสังคมสงเคราะห์ส่งเสริมการศึกษา การกีฬา ศาสนา สาธารณภัย และเพื่อบำบัดรักษา ค้นคว้าป้องกันผู้ป่วยจากยาเสพติด เอดส์ หรือมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยหน่วยงานของรัฐก็ให้ได้รับการผ่อนผันให้มีทรัพย์สินเป็นกองทุนมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) ถ้ามีทรัพย์สินอย่างอื่นจะต้องมีเงินสดไม่น้อยกว่า 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) และเมื่อรวมกับทรัพย์สินอย่างอื่นแล้ว ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน)

การขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ ให้ยื่นคำขอตามแบบ ม.น.1 พร้อมด้วยหลักฐานจำนวน 3 ชุด ดังนี้
          1) รายชื่อเจ้าของทรัพย์สินและรายการทรัพย์สินที่จะจัดสรรสำหรับมูลนิธิ
          2) รายชื่อ ที่อยู่ อาชีพ ของผู้จะเป็นกรรมการทุกคน
          3) ข้อบังคับของมูลนิธิ
          4) คำมั่นว่าจะให้ทรัพย์สินแก่มูลนิธิของเจ้าของทรัพย์สินตาม (1) ที่มีผลตามกฎหมาย
          5) สำเนาพินัยกรรม (กรณีตั้งโดยพินัยกรรม)
          6) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวอื่นที่ส่วนราชการออกให้ และสำเนาภาพถ่ายทะเบียนบ้าน
          7) แผนผังโดยสังเขปแสดงที่ตั้งของมูลนิธิ
          8) หนังสืออนุญาตให้ใช้สถานที่
          9) สำเนารายงานการประชุม (ถ้ามี)
โดยให้ยื่นที่ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอ หรือสำนักงานเขต ซึ่งสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิจะตั้งอยู่ในท้องที่นั้นแล้วแต่กรณี และเมื่ออำเภอ กิ่งอำเภอ สำนักงานเขต รับเรื่องแล้ว ให้ตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติผู้จะเป็นกรรมการ แล้วเสนอความเห็นต่อนายทะเบียน โดยส่งเรื่องไปจังหวัด/กรุงเทพมหานคร เมื่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร ตรวจดูแล้ว หากเห็นว่ามูลนิธิมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับงานของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ก็ให้ส่งเรื่องไปให้สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พิจารณาอนุญาตก่อน แล้วจึงเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด (กรณีมูลนิธิตั้งในเขตจังหวัด) ในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัด หรือเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทย (กรณีมูลนิธิตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร) ในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร พิจารณาอนุญาต โดยจะออกใบสำคัญ (มน.3) พร้อมเก็บค่าธรรมเนียม และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา แล้วสำเนาเรื่อง 1 ชุด รายงานให้กระทรวงมหาดไทย

การขอจดทะเบียนแต่งตั้งกรรมการของมูลนิธิขึ้นใหม่ทั้งชุด หรือเปลี่ยนแปลงกรรมการมูลนิธให้ยื่นคำขอตามแบบ มน.2 พร้อมด้วยหลักฐาน 3 ชุด ดังนี้
          1) บันทึกการประชุมให้แต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ทั้งชุด หรือให้เปลี่ยนแปลงกรรมการ
          2) บัญชีรายชื่อกรรมการชุดเดิม
          3) รายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้จะเป็นกรรมการใหม่
          4) สำเนาข้อบังคับของมูลนิธิ
          5) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาภาพถ่ายทะเบียนบ้าน
อำเภอ/กิ่งอำเภอ หรือเขต ตรวจสอบหลักฐานเห็นว่าถูกต้องให้เสนอนายทะเบียนพิจารณาอนุญาต โดยออกใบสำคัญตามแบบ มน.4 เก็บค่าธรรมเนียมแล้วสำเนาเรื่อง 1 ชุด รายงานให้กระทรวงมหาดไทย

การขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ให้ยื่นคำขอตามแบบ มน.2 พร้อมด้วยหลักฐาน 3 ชุด ดังนี้
          1) สำเนารายงานการประชุม
          2) สำเนาข้อบังคับฉบับใหม่
          3) แผนผังโดยสังเขปแสดงที่ตั้ง พร้อมหนังสืออนุญาตให้ใช้สถานที่กรณีเปลี่ยนแปลงที่ตั้ง
ขั้นตอนปฏิบัติเช่นเดียวกับการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ

ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ให้มูลนิธิรายงานผลการดำเนินงานต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งหลักฐานดังนี้
          1) รายงานการดำเนินการของมูลนิธิในปีที่ผ่านมา
          2) บัญชีรายได้รายจ่าย และสำเนางบดุลของมูลนิธิในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้รับอรงความถูกต้องแล้ว
          3) สำเนารายงานการประชุมของคณะกรรมการของมูลนิธิทุกครั้งในปีที่ผ่านมา

 



ที่ทำการปกครองจังหวัดแพร่
ศาลากลางจังหวัดแพร่ ชั้น 3 อาคาร 2 ถนนไชยบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
โทร : 0-5451-1037 Hotline 21731 แฟ็กซ์ : 0-5451-1037

E-mail: kobnat_boms@hotmail.com